อัฟกานิสถานกำเนิดขึ้นจากอาณาจักรดุรรอนีย์ ก่อตัวขึ้นในปี 1747 ตั้งตนเป็นอิสระหลังจักรวรรดิ์โมกุลเสื่อมอำนาจ ช่วงพีคที่สุดของอาณาจักรนี้ สามารถแผ่ขยายครอบคลุมดินแดนของอิหร่านทางตะวันออก บางส่วนของทาจิกิสถาน ปากีสถาน และตอนเหนือของอินเดียในปัจจุบัน (เคยบุกยึดเดลฮี)

เมืองอักดามก่อตั้งในคริสต์ศตวรรษที่ 18  ในยุคสหภาพโซเวียตนั้น เมืองนี้เคยหนาแน่นไปด้วยผู้คนเกือบสี่หมื่นคน เป็นศูนย์กลางทางวัฒนธรรม ที่ตั้งของสถานีรถไฟและโรงงานผลิตเครื่องจักร ตั้งอยู่ห่างประมาณ 26 กม.จากเมืองคาเคนดี(สเตฟานะเกิร์ต) เมืองเอกของภูมิภาคนากอร์โนคาระบัค
 

วันนี้ (2 ตุลาคม) เมื่อปี ค.ศ.1187 เป็นวันที่เศาะลาฮุดดีน​ อัล-อัยยูบีย์​หรือชื่อตามที่ตะวันตกเรียกว่าซาลาดิน นำกองทัพเข้ายึดอัลกุดส์หรือเยรูซาเล็มกลับคืน หลังจากถูกยึดครองโดยกองทัพครูเสดนานถึง 88 ปี

การเข้ามาของมุรอบิฏูน
พวกมุรอบิฏูน เป็นชาวเบอร์เบอร์ที่เริ่มมีอำนาจในโมรอคโคประมาณกลางคริสศตวรรษที่ 11 จากจุดกำเนิดในบริเวณเซเนกัลตอนล่าง ยูซุฟ บิน ตะชุฟิน (ค.ศ. 1061-1106) หนึ่งในผู้ก่อตั้งอาณาจักรแห่งนี้ได้ก่อสร้างเมืองมะรอกิช (ที่มาของชื่อโมรอคโค) เพื่อเป็นเมืองหลวงในปี ค.ศ. 1062 

คอร์โดบา เมืองหลวงของอุมัยยะห์ในสมัยของอับดุรรอฮมานที่ 3 จนถึงสมัยของอัลมันซูร เป็นมหานครที่ใหญ่โตและเจริญรุ่งเรื่องมากที่สุดแห่งหนึ่งของยุโรป เป็นศูนย์กลางทางอารยธรรมเคียงคู่คอนแสตนติโนเปิลและแบกแดด ด้วยประชากรครึ่งล้านคน บ้านเรือน 113,000 หลัง เขตชานเมือง 21 แห่ง มัสยิด 3,000 แห่ง หอสมุดกว่า 70 แห่ง สถานที่อาบน้ำสาธารณะ และพระราชวังหลายสิบแห่ง ตามบันทึกของนักประวัติศาสตร์ร่วมสมัย

จากสภาพโครงสร้างของประชากร และปัญหาความขัดแย้งระหว่างชาติพันธุ์ต่างๆทั้งมุสลิมพื้นเมือง ชาวอาหรับ เบอร์เบอร์และกลุ่มทหารรับจ้างที่ค่อยๆเข้ามามีบทบาทในการปกครองตามหัวเมืองต่างๆ เมื่ออำนาจของส่วนกลางอ่อนแอลง สเปนจึงถูกแบ่งแยกออกเป็นนครรัฐท้องถิ่นเล็กๆจำนวนมาก เรียกกันว่า มุลูค อัฏเฏะวาอีฟ (ملوك الطوائف ภาษาสเปน เรียกว่า reyes de taifas)

หลังจากคอลีฟะห์แห่งดามัสกัสถูกโค่นล้มในปี ค.ศ. 750 และสถาปนาคอลีฟะห์วงศ์อับบาซิยะห์ขึ้นแทนที่แบกแดด อับดุรรอฮมาน บิน มุอาวิยะห์ (عبد الرحمن الداخل) หลานของอดีตคอลีฟะห์ฮิชาม ซึ่งรอดพ้นจากการสังหารหมู่ของพวกอับบาซิยะห์มาได้อย่างหวุดวิด ได้หลบหนีไปยังอัฟริกาเหนือ

การเข้าไปของมุสลิมอาหรับในสเปน เริ่มขึ้นหลังจากที่คอลีฟะห์(กาหลิบ)วงศ์อุมัยยะห์แห่งดามัสกัสสามารถครอบครองโมรอคโคส่วนใหญ่ไว้ได้แล้ว ในตอนนั้นสเปนตกอยู่ใต้อำนาจของพวกวิซิโกธ ที่เต็มไปด้วยความขัดแย้งและปกครองอย่างกดขี่ต่อชาวฮิสปาโน-โรมัน ชนพื้นเมืองของสเปน

"เมื่อปี 1947 UN มีมติแบ่งอิสราเอล-ปาเลสไตน์เป็นสองประเทศเท่าๆกัน แต่ฝ่ายอาหรับไม่ยอมรับเอง"
ข้ออ้างนี้ มักถูกกล่าวถึงเสมอ เพื่ออ้างความชอบธรรมในการก่อตั้งประเทศอิสราเอลและขับไล่ชาวปาเลสไตน์เกือบล้านคนออกจากบ้านเกิดเมืองนอนของตนเอง
ทำไมอาหรับถึงไม่ยอมรับ ?  ข้อเท็จจริงที่มักไม่มีใครพูดถึงก็คือ

“ทันทีที่มีการประกาศตั้งประเทศอิสราเอล บรรดาชาติอาหรับซึ่งมีกำลังเหนือกว่าก็ยกทัพหวังบดขยี้อิสราเอลให้พินาศ แต่อิสราเอลสามารถเอาชนะศัตรูผู้รุกรานได้”
เรื่องนี้ถูกอ้างอิงเสมอเพื่อสร้างความชอบธรรมในการยึดครองดินแดนของชาวปาเลสไตน์ ข้อเท็จจริงคือฝ่ายอาหรับมีกำลังพลและอาวุธด้อยกว่า ซ้ำยังมีความแตกแยกกันเอง โดยเฉพาะระหว่างอียิปต์และจอร์แดน

"ชาวปาเลสไตน์ต้องกลายเป็นผู้อพยพ เพราะเมื่อปี 1948 ชาติอาหรับได้สั่งให้ชาวปาเลสไตน์อพยพออกมา เพื่อได้กวาดล้างยิวให้หมด แต่เมื่ออาหรับแพ้ พวกเขาเลยกลับไม่ได้”

ตั้งแต่ดินแดนส่วนใหญ่ของสเปน ถูกรัฐคริสเตียนที่ประกอบด้วยแคชตีล อะรากอนและโปรตุเกสพิชิตไปในช่วงครึ่งแรกของคริสตวรรษที่ 13 ก่อให้เกิดการปฏิสัมพันธ์ของสังคมต่างวัฒนธรรมต่างความเชื่ออันได้แก่มุสลิม คริสเตียนและยิว ซึ่งนักประวัติศาสตร์สเปนในปัจจุบันเรียกกันว่า convivencia ซึ่งแปลว่า “การอาศัยอยู่ร่วมกัน”