Sample image

 เว็บไซต์เพื่อการเรียนรู้ 
 แอดมินเว็บไซต์  
 นายกามาล อับดุลวาฮับ 
 Email : This email address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it.

มุฮัมมัด อัลอิดรีซีย์กับแผนที่โลก

มุฮัมมัด อัลอิดรีซีย์ มีชีวิตระหว่างปี ค.ศ. 1100 – 1165 เกิดที่เมืองซับตะห์ บนฝั่งอัฟริกาเหนือ ศึกษาในเมืองคอร์โดบา ศูนย์กลางของมุสลิมในสเปน และเดินทางไปอัฟริกาเหนือ สเปน ข้ามเทือกเขาพิเรเนส ไปตามชายฝั่งตะวันตกของฝรั่งเศส ข้ามไปยังเกาะอังกฤษ ฮังการี และอนาโตเลีย ใช้ชีวิตในวังของกษัตริย์โรเจอร์ที่ 2 ผู้นำนอร์แมนแห่งเกาะซิซิลีอยู่นาน 15 ปี ตั้งแต่ปี ค.ศ. 1138 พวกนอร์แมนอพยพมาจากทางเหนือของยุโรป และพิชิตเกาะซิซิลีจากอาหรับได้ในปี ค.ศ. 1092 แต่ก็ยังอนุญาตให้มีชุมชนชาวอาหรับบนเกาะซิซิลีได้
 
อับดุลเราะห์มาน อิบนุ อุมัร อัศศูฟีย์ นักดาราศาสตร์มุสลิมมีชีวิตระหว่าง ค.ศ. 903-986 ในยุคที่อำนาจของเคาะลีฟะห์วงศ์อับบาซิยะห์ได้เสื่อมลง และเกิดอาณาจักรต่างๆแยกตัวเป็นอิสระ
 
แม้ในช่วงแรกๆ นักดาราศาสตร์มุสลิมจะสนใจดาราศาสตร์ของอินเดีย แต่ดาราศาสตร์ของกรีกก็เริ่มเข้ามา นักวิชาการประจำหอสมุดบัยตุลฮิกมะห์แห่งแบกแดดมีบทบาทสำคัญในกรณีนี้
 
มุฮัมมัด อิบนุ มูซา อัลคอวาริซมีย์ (เสียชีวิตประมาณ ปี ค.ศ. 850) หนึ่งในนักปราชญ์ที่ทำงานในหอสมุดบัยตุลฮิกมะห์ และหอสังเกตการณ์ทางดาราศาสตร์ในมหานครแบกแดด ตลอดสมัยของเคาะลีฟะห์อัลมะมูน (ปกครองช่วงปี ค.ศ. 813-833)
 
ปัจจัยสำคัญที่มีทำให้ความรู้ทางดาราศาสตร์ รวมถึงศาสตร์ด้านอื่นๆ พัฒนาขึ้นในโลกอิสลามก็คือการที่ศาสนาอิสลามกำเนิดขึ้นในดินแดนที่อยู่ระหว่างอารยธรรมโบราณ อันได้แก่อารยธรรมลุ่มน้ำเมโสโปเตเมีย อารยธรรมเปอร์เซีย กรีกและโรมันในซีเรียและอารยธรรมลุ่มน้ำไนล์ในอียิปต์ครอบคลุมพื้นที่ตั้งแต่สเปนจนถึงชายแดนจีนในเอเซียกลางและอินเดีย
 

ประวัติดาราศาสตร์มุสลิมในยุคกลาง (1)

บทความเรื่องนี้ต้องการชี้ให้เห็นว่ามุสลิมในยุคกลางมีบทบาทอย่างไรในการพัฒนาความรู้ทางดาราศาสตร์ และมีอิทธิพลอย่างไรบ้างต่อการพัฒนาศาสตร์ด้านนี้ของชาวยุโรปในเวลาต่อมา
ลักษณะสำคัญของการพัฒนาความรู้ทางดาราศาสตร์โดยมุสลิมในยุคกลางนั้นก็คือ
 

มองมุมกว้างศิลปะอิสลาม (Islamic art): มุมมองเชิงสำรวจ

รศ. สมเกียรติ ตั้งนโม: แปลและเรียบเรียง
ภาควิชาสื่อศิลปะและการออกแบบสื่อ คณะวิจิตรศิลป์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่
 

ผีเสื้อกลางคืนกับกลไกการคัดเลือกทางธรรมชาติ

กรณีของผีเสื้อกลางคืนนับเป็นตัวอย่างที่คลาสสิกที่สุดตัวอย่างหนึ่งที่ผู้สนับสนุนทฤษฎีวิวัฒนาการนำมาใช้เป็นหลักฐานการวิวัฒนาการด้วยกลไก “การคัดเลือกทางธรรมชาติ”  (Natural selection)    คู่มือ แบบเรียน ตำราทางวิชาการจำนวนมาก ไม่ละเลยที่ระบุกรณีนี้ เมื่อกล่าวถึงหลักฐานการเกิดวิวัฒนาการ ทั้งๆที่ความจริงแล้ว เรื่องดังกล่าวไม่ได้สนับสนุนการเกิดวิวัฒนาการเลยแม้แต่น้อย
 

ปลาซีลาแคนท์ ฟอสซิลมีชีวิตที่เคยคิดกันว่าเป็น Transitional Forms

     ตามสมมุติฐานของทฤษฎีวิวัฒนาการ สัตว์ซึ่งอาศัยอยู่ในน้ำตั้งแต่ยุคเบรียน ค่อยๆวิวัฒนาการกลายเป็นสัตว์ครึ่งบกครึ่งน้ำในยุคดีโวเนียน โดยปลาจะค่อยๆวิวัฒนาการครีบไปเป็นเท้า กลายเป็นสัตว์โบราณพวกเตตระพอด (Tetrapod, สัตว์ซึ่งมีขาสี่ข้าง) ที่อาศัยอยู่ในน้ำ การที่พวกมันต้องการหลีกเลี่ยงนักล่า หรือไม่ก็อาจจะหาอาหารและและแหล่งวางไข่ที่ปลอดภัย ทำให้พวกมันขึ้นมาบนดิน บ้างก็ว่าสัตว์มีขายุคโบราณเหล่านี้น่าจะสืบเชื้อสายมาจากปลาโบราณที่อาศัยอยู่ในทะเลสาบ ซึ่งน้ำมักแห้งขอดเป็นช่วงๆ ปลาพวกนั้นจึงต้องใช้ครีบพาตัวเองไปยังแหล่งน้ำอื่นๆ ตามทฤษฎีนี้ครีบจึงค่อยๆมีวิวัฒนาการจนกลายเป็นขาในที่สุด
 

มาสนทนาเพื่อหาความรู้เรื่องทฤษฎีวิวัฒนาการ

กระทู้สนทนาเรื่องทฤษฎีวิวัฒนาการจาก http://evidence-evolution-theory.pantown.com/ 
 

นักบินอวกาศมุสลิม

ในวันที่ 10 ตุลาคมที่จะถึงนี้ ก่อนวันตรุษอีดิ้ลฟิตรีไม่กี่วัน อินชาอัลลอฮฺ.... หากไม่มีปัญหาอะไร นักบินอวกาศคนของแรกมาเลเซีย ก็จะได้ฤกษ์บินขึ้นสู่อวกาศกับยานอวกาศของรัสเซีย Soyuz TMA-11 โดยขณะนี้สองนักบินอวกาศคือ Dr. Sheikh Muszaphar Shukor และ กัปตัน Faiz Khaleed กำลังฝึกขั้นสุดท้ายในสถานีฝึกสตาร์ซิตี้ของรัสเซีย 
 

ทฤษฎีวิวัฒนาการกับหลักฐานเท็จ

โดย : ฮารูน ยะห์ยา อ.บรรจง บินกาซัน แปล คัดลอกจาก: ไทยมุสลิมช็อป
ขณะนี้ยังไม่มีหลักฐานจากซากฟอสซิลที่ชัดเจนเป็นตัวเป็นตนมาสนับสนุนเรื่อง “คนครึ่งลิง” ที่สื่อและวงการนักทฤษฎีวิวัฒนาการพยายามจะยัดเยียดให้คนเชื่อมาอย่างไม่หยุดหย่อน ถึงแม้พวกนักทฤษฎีวิวัฒนาการจะวางท่ายืนถือแปรงสร้างรูปภาพสิ่งมีชีวิตตามจินตนาการของตัวเองขึ้นมา แต่ความจริงก็คือภาพเหล่านี้ไม่มีซากฟอสซิลใดที่แก้ปัญหาสำคัญให้พวกเขาได้ ดังนั้น วิธีการที่น่าสนใจวิธีหนึ่งซึ่งคนพวกนี้ใช้ในการที่จะเอาชนะปัญหานี้ก็คือการสร้างฟอสซิลที่พวกเขาไม่สามารถพบได้ขึ้นมา มนุษย์พิลท์ดาวน์ ซึ่งเป็นเรื่องอื้อฉาวที่สุดในประวัติศาสตร์ของวิทยาศาสตร์เป็นตัวอย่างหนึ่งของวิธีการนี้
 

ซากฟอสซิล สนับสนุนทฤษฎีวิวัฒนาการหรือไม่ ?

ตามทฤษฎีวิวัฒนาการ สิ่งมีชีวิตทุกชนิดวิวัฒนาการมาจากบรรพบุรุษร่วมกัน นั่นคือสิ่งมีชีวิตเซลล์เดียวที่ก่อกำเนิดขึ้นเป็นครั้งแรกบนโลก ได้ค่อยๆวิวัฒน์ซับซ้อนขึ้นตามการเปลี่ยนแปลงของชั้นบรรยากาศและเปลือกโลก เปลี่ยนแปลงโครงสร้างพื้นฐาน ปรับตัวเองให้เหมาะสมกับที่อยู่อาศัยและวิธีดำเนินชีวิต จนเกิดเป็นสปีชีส์ต่างๆ มากมาย การวิวัฒน์ดังกล่าวเกิดขึ้นอย่างช้าๆ และใช้เวลานับล้านๆปี ผู้สนับสนุนทฤษฎีวิวัฒนาการอธิบายการเกิดวิวัฒนาการนี้ในลักษณะของ “ต้นไม้แห่งชีวิต” (Tree of Live) ซึ่งแสดงให้เห็นว่าสิ่งมีชีวิตถือกำเนิดมาจากบรรพบุรุษร่วมกัน และแตกสาขาออกไปเป็นกลุ่มๆ โดยพิจารณาจากโครงสร้างหลายประการที่คล้ายคลึงกัน ระยะเวลาที่ยาวนานมาก ค่อยๆทำให้ความแตกต่างทางพันธุกรรมสะสมมากขึ้น จนบดบังความคล้ายคลึง และนำไปสู่สปีชีส์ที่แตกต่างออกไปเป็นจำนวนมากดังเช่นในปัจจุบัน